สายพันธุ์กล้วยไม้

สายพันธุ์กล้วยไม้

เอื้องกุหลาบแดง Aerides crassifolia


 เมื่อเรามาลองเอ่ยถึงคำว่า กุหลาบแดง หลาย ๆ คนคงนึกโยงไปถึงกุหลาบสีแดงที่เป็นเครื่องหมายแห่งของวันความรักในวันวาเลนไทน์ ผิดแล้วครับ วันนี้เราจะมาเอ่ยถึงกล้วยไม้ชนิดหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า กุหลาบแดง กัน
     Aerides crassifolia เป็นชื่อวิทยาศาสตร์สกุลกุหลาบของกล้วยไม้ชนิดนึ้ เรารู้จักกันในนาม เอื้องกุหลาบแดง หรือเรียกกันห้วนๆว่า กุหลาบแดง กล้วยไม้ชนิดนี้เติบโตและกระจายสายพันธุ์เกือบทุกภาคพื้นที่ของป่าในประเทศไทยเรา เอื้องกุหลาบแดง มักขึ้นตามคาคบไม้สูง แต่บางครั้งเราก็พบว่ามันชอบเติบโตบนกิ่งก้านต้นไม้ที่ต่ำเพียงมือเอื้อมถึงเช่นกัน
     ด้วยสีสันที่แดงจัดจ้านสมชื่อของมัน เอื้องกุหลาบแดง จึงเป็นกล้วยไม้สกุลกุหลาบอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของนักนิยมกล้วยไม้มากมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่ด้วยลักษณะทรงช่อที่ตีห่างไม่สมส่วนกับจำนวนดอกบนก้านช่อ เอื้องกุหลาบแดง จึงไม่เป็นที่นิยมในด้านการพัฒนาสายพันธุ์
     ลักษณะพิเศษประจำสกุลของ เอื้องกุหลาบแดง คือ มีเดือยดอกเรียวแหลมหรือปลายงอนออกมาทางด้านหน้าของดอก ลำต้นเตี้ยล่ำ ใบใหญ่สั้นหนาสีเขียวปนแดง สีแดงจะเข้มขึ้นในช่วงแห้งแล้ง ใบกว้างราว 1.5-2.0 เซนติเมตร ยาวราว 10-18 เซนติเมตร ผิวใบอาจย่นตามขวางของใบ ใบเรียงสลับระนาบเดียว ลำต้นเจริญทางปลายยอด ช่อดอกโค้งลงยาวใกล้เคียงกับใบ มีดอกช่อละ 10-20 ดอก ขนาดดอกกว้าง 2-3 เซนติเมตร กลีบดอกสีชมพู-ม่วงแดง ส่วนปากดอกสีเข้ม กลีบในบิดไปด้านหลัง ดอกมีกลิ่นหอม บานช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ลักษณะเด่น คือกลีบดอกนอกคู่ล่างกว้าง ปากแบะยื่น เดือยดอกยาว เห็นชัดเจน ปลายเดือยงอนขึ้น และไม่อยู่ใต้ปลายปาก เอื้องกุหลาบแดง พบตามธรรมชาติ ในป่าแล้งภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคตะวันออกของไทย รวมทั้งจังหวัดนครนายกและกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังพบในประเทศ พม่า ลาว และเวียดนาม
เอื้องกุหลาบแดง เป็นกล้วยไม้สกุลกุหลาบที่มีดอกขนาดใหญ่กว่ากล้วยไม้กุหลาบชนิดอื่นๆ ชาวยุโรปนิยมชมชอบ เอื้องกุหลาบแดง มากเป็นพิเศษ จนให้สมญานามว่า "ราชาแห่งสกุลกุหลาบ" แม้แต่ในกรุงเทพฯ ก็ยังปลูกได้ เจริญเติบโตดีมาก เอื้องกุหลาบแดง สามารถผสมข้ามสกุลกับกล้วยไม้สกุลแวนด้า และสกุลช้างได้อีกด้วย




กุหลาบเหลืองโคราช ( Aerides houlletiana )

กุหลาบเหลืองโคราช ( Aerides houlletiana )


      กุหลาบเหลืองโคราช หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า เหลืองโคราช เป็นกล้วยไม้สกุลกุหลาบ Aerides ที่มีลำต้นเจริญเติบโตทางยอด ต้นของ เหลืองโคราช มักตั้งตรงหรือเอนห้อยลงซึ่งแล้วแต่ปัจจัย สภาพแวดล้อมที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้น ๆ ในสภาพโรงเรือนเราสามารถ เลี้ยง เหลืองโคราช ให้มีลำต้นตรงสวยได้ด้วยการดัดทรง แต่ใน ธรรมชาติแล้ว เราจะพบว่าลำต้นของ เหลืองโคราช ที่โตเต็มที่จะมี ลักษณะโค้งงอไม่ตรงสวยเนื่องจากเป็นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก นั่นเองครับ
     ใบของ เหลืองโคราช มีลักษณะแข็ง สีเขียวสดเรียงตัวกันคล้าย ก้างปลา เว้นระยะห่างกันเพียงเล็กน้อย ปลายใบจะมีรอยเว้าอยู่ สองแฉก หากได้รับการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด เหลืองโคราช สามารถ ให้ใบได้ตลอดลำต้นโดยไม่ทิ้งใบเลยทีเดียว
     ดอกมีลักษณะเป็นช่อห้อยลง สั้น-ยาว แล้วแต่ลักษณะ
ของแต่ละต้นมีพื้นกลีบสีเหลืองซีดไล่ไปจนถึงสีเหลืองสดเข้ม ปลายดอกมีสีม่วงแต้มอยู่ ในธรรมชาติบางครั้งเราอาจพบกับ เหลืองโคราช ที่มีสีขาวล้วน ซึ่งเป็นลักษณะที่หาได้ยากยิ่งและไม่ค่อยพบ เห็นได้บ่อยครั้ง เหลืองโคราช สีขาวนี้เรียกว่า เหลืองโคราชเผือก
     กลิ่นของ เหลืองโคราช นั้นแตกต่างและพิเศษกว่ากล้วยไม้ชนิดอื่น ๆ กลินของเค้าหอมคล้าย ๆ กับกลิ่นของต้นตะไคร้ เลย หากใครมีเจ้า เหลืองโคราช ให้ลองดมดูนะครับ
      ฤดูดอกมักให้ดอกในช่วงฤดูร้อนเข้าฝน คือ เมษายน - พฤษภาคม ดอกของ เหลืองโคราช บานได้สูงสุด ๒ สัปดาห์ และ ให้ดอกเพียงปีละ ๑ ครั้งเท่านั้น *ลืมบอกไป กุหลาบเหลืองโคราชมีอีกชื่อว่า กุหลาบนางรอง ครับ


เอื้องกุหลาบกระเป๋าปิด (Aerides odorata)



กุหลาบกระเป๋าปิด เป็นกล้วยไม้ในกลุ่มสกุล กุหลาบ (Aerides) ที่พบได้ทุกภาคในประเทศไทย แต่ลักษณะของดอกแต่ละพื้นที่ที่พบกลับแตกต่างกัน ในทางเหนือ กุหลาบกระเป๋าปิด จะ มีลักษณะของลำต้นที่ตั้งตรง ใบหนาและลักษณะของกลีบดอกจะใหญ่กลม ก้านส่งช่อแข็งดอกจึงมีลักษณะโค้งเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ของภาคอื่น ๆ กุหลาบกระเป๋าปิด จะมีลักษณะของลำต้นที่บิด ใบยาวเรียวก้านช่อส่งจะอ่อนกว่าช่อดอกจึง อ่อนโค้งลง ชื่อของ กุหลาบกระเป๋าปิด นั้นได้มาเนื่องจาก ส่วนของปากดอกจะมีลักษณะปิดพับเส้าเกสรไว้นั่นเองครับ หากเป็นกุหลาบตัวอื่น ๆ ปากดอกจะเปิดออก เช่น กุหลาบเหลืองโคราช และ กุหลาบกระเป๋าเปิด เป็นต้น

ฤดูกาลให้ดอก กุหลาบกระเป๋าปิด จะให้ดอกราว ๆ ช่วงเดือน เมษายน - พฤษภาคม ดอกของ กุหลาบกระเป๋าปิด มีกลิ่นหอมหวานมาก ๆ สีสันของดอก กุหลาบกระเป๋าปิด พบเห็นได้ตั้งแต่สีขาว ไล่ไปจนถึง สีชมพู อ่อน ๆ และเข้ม บางครั้งเราก็พบว่าบางต้นให้ดอกลายจุดแต้มสีชมพูอีกด้วย ดอกของ กุหลาบกระเป๋าปิด บานได้นานถึง 1 - 2 สัปดาห์ครับ ถึงแม้จะเป็นกล้วยไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ กุหลาบกระเป๋าปิด ก็ยังเป็นเอื้องกุหลาบของไทยอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ หากได้ลองเลี้ยงดูแล้วละก็ ผมว่าต้องหลงรัก เค้าอย่างแน่นอนเชียวครับ


เข็มแสด ( Ascocentrum miniatum )




เข็มแสด ( Ascocentrum miniatum )
     เอื้องเข็มแสด กล้วยไม้สกุลเข็ม เป็นกล้วยไม้อีกชนิดหนึ่งที่ให้ ดอกสีจัดจ้าน และยังแทงดอกเก่งอีกด้วย
     ในกลุ่มกล้วยไม้เหล่าพันธุ์ส่วนตัวผมไม่คิดว่ามีกล้วยไม้อะไรที่ ให้ดอกเก่งและแทงช่อดอกเก่งไปมากกว่ากล้วยไม้สกุลเข็มแล้ว ละ ครับ อย่าเจ้า เข็มแสด เป็นต้น เข็มแสดเป็นกล้วยไม้ทนร้อน มาก ๆ ตามชื่อของเค้า กล้วยไม้นี้มีดอกเป็นสีแสดแสบทรวงมาก สีของมัน พอตกกลางวันจะสะท้อนแสงแดดได้เจ็บแสบมากที เดียว ด้วยรวงดอกที่ให้ดอกจนถี่ยิบ หากอยู่ไกล ๆ คุณจะเห็นสี ของ เข็มแสด เด่นสะดุดตามาก่อนใครเลยก็ว่าได้
     เข็มแสด เป็นกล้วยไม้ที่มีในบ้านเรา ด้วยลักษณะที่ทนร้อนแบบ พิเศษสุด ๆ มันจึงเป็นกล้วยไม้ที่สามารถเลี้ยงในบ้านเราได้ ทุกภูมิท้องถิ่น ไม่ว่าจะกิ่งอำเภอไหนสภาพแวดล้อมโหดร้ายเพียง ได เข็มแสด ก็ไม่สะทกสะท้าน ขอแค่มีคนคอยรดน้ำให้ทุกวัน ๆ เจ้าเข็มแสดก็จะผลิช่อดอกบานให้ชมกันทุกปีครับ
ลักษณะทั่วไป เข็มแสด มีใบเรียวยาว ทรงห่อ ค่อนข้างแข็งหนา เจริญเติบโตทางยอด เป็นกล้วยไม้ชอบแสงมาก ให้ ดอกในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ - เมษายน ดอกมีขนาดเล็ก สีส้มอ่อนไปจนถึงส้มจัด บางชนิดจัดมากจนเกือบ แดงก็มี ลักษณะดอกชูก้านตั้งขึ้น มักให้ช่อดอกมากกว่า 2 ช่อเสมอด้วยเหตุนี้จึงเป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงง่ายให้ดอกง่าย และดก เข็มแสด จึงถูกนำไปผสมเป็นลูกผสมกับกล้วยไม้อื่น ๆ มากมาย เพื่อให้ได้ลูกที่มีสีสันสด ให้ดอกดกและแทงตาดอกเก่ง เหมือนดั่ง เข็มแสด นั่นเอง เข็มแสด พบได้ในป่าเบญพรรณ และป่าดิบแล้งในไทย ยกเว้นภาคตะวันตกที่เดียวที่ไม่พบ กล้วยไม้ชนิดนี้อยู่ครับ


เอื้องอั่วพวงมณี คาลันเท Calanthe



คาลันเท , เอื้องอั่วพวงมณี (Calanthe) คาลันเท เป็นกล้วยไม้พื้นเมืองของเรานี่เองครับ บางท่านเรียกกล้วยไม้ชนิดนี้ว่า เอื้องน้ำเต้า เนื่องจาก หัวของเจ้า คาลันเท ดันไปมีรูปร่างคล้ายน้ำต้นนี่เอง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อที่หลายคนชอบเรียกกัน
     คาลันเท พบได้ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย ของเราตั้งแต่เหนือจรดใต้เลยครับ มันมีเขตกระจาย พันธุ์ในทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราจะพบคาลันเทได้แทบทุกภาคในบ้านเรา

ลักษณะโดยทั่วไป คาลันเทจะมีหัวโผล่ออก มาจากดินให้เราเห็นเป็นจุกเหมือนกับหัวน้ำต้น หัว ของคาลันเทจะทำหน้าที่เก็บ อาหารเช่นเดียวกับพืชที่มี หัวใต้ดินทั่วไป แต่คาลันเทบางชนิดก็ไม่มีหัวครับ
     ดินที่คาลันเทโปรดปรานจะเป็นดินร่วนปนใบไม้ผุ การปลูกเรามักเลียนแบบธรรมชาติโดยผสม มะพร้าว สับลงไปกับดินมาก ๆ เอาแบบว่าเทน้ำลงไปแล้ว น้ำ ไหลออกก้นกระถางได้ทันทีจะดีที่สุด






ที่มา : http://orchid1336.blogspot.com/p/blog-page_8371.html





ความคิดเห็น